Archive for the ‘โคลงกลอน’ Category

ขอโทษ กับ ยกโทษ เลือก “ให้” อย่างไหน?

โกรธใครอยู่หรือเปล่าเอ่ย?

….

‎*****

โคลงสี่ กระทู้


ขอโทษ..อย่าโกรธ

๐ ขอ เวลามากล่าวอ้าง               ความผิด
โทษ พี่โทษน้องคิด                      เปล่าปลี้
อย่า หวังว่ามีจิต                          ยอมรับ โทษนา
โกรธ เมื่อไรรู้ลี้                            ปากไร้ ดีเอง.

(๑๖ ธ.ค. ๒๕๕๓)

ยกโทษให้กันได้บ่?

ยกโทษ…ให้เธอ

๐ ยก  ใจเหนือโกรธเกรี้ยว       อารมณ์

โทษ  ใหญ่น้อยน่าชม               อดได้
ให้  เสื้อใส่เปรอะตม                 ถอดอาบ น้ำเฮย
เธอ  กับฉันก่อนไซร้                 จิตล้วน ดีงาม.

(๑๖ ธ.ค. ๒๕๕๓)

*****

วันนี้วันดี ฟังเพลงกันนะคะ

 

 

******************

ขอโทษกันได้ไหม?

ยกโทษให้กันได้หรือเปล่า?

ยากถอนตะปู

๐ ยาก  ไปหรือที่ร้อง       คืนดี
ถอน  เถิดถอนทันที        โกรธเกรี้ยว
ตะ  โกนด่าเสียดสี            ตอกย้ำ กันนา
ปู  ทางอภัยเลี้ยว              เลี่ยงพ้น เวรภัย

(๑๗ ธ.ค. ๒๕๕๓)


 

 

Advertisements

หญิงใจเพชร

เพชรา เชาวราษฎร์
“ใจเพชรของเพชรา”

(บทกวีไทไฮกุ)
———————
ทลายพันธนา (๕)
โฉมฉาย…เพื่อผู้แลไม่เห็น (๗)

งาม…วาววับ…จับตา (๕)

Diamond mind of PETCHARA

(Eng-Taihaiku)
———————————
Break her confine, (5)
Back to show for the blind. (7)

Glamorous & shine. (5)

ni_gul @ http://www.oknation.net/blog/tnitaram/2009/10/05/entry-2

แด่เธอ… อองซาน ซูจี… ผู้ไม่ยอมพ่าย

 

Heres a virtual movie of the Victorian poet William Ernest Henley (1849 – 1903)
reading his best loved poem “Invictus“.
“Invictus”
“Out of the night that covers me,
Black as the Pit from pole to pole,
I thank whatever gods may be
For my unconquerable soul.

In the fell clutch of circumstance
I have not winced nor cried aloud.
Under the bludgeonings of chance
My head is bloody, but unbowed.

Beyond this place of wrath and tears
Looms but the horror of the shade,
And yet the menace of the years
Finds, and shall find me, unafraid.

It matters not how strait the gate,
How charged with punishments the scrolls,
I am the master of my fate:
I am the captain of my soul.”

ผู้ไม่ยอมพ่าย
————————

ไกลออกไปในนภาของคืนค่ำ
ความมืดคล้ำดั่งหลุมลึกจรดใต้เหนือ
ขอบพระทัยเทพกรุณาที่จุนเจือ
พระแผ่เผื่อข้าพระองค์มิให้ท้อ.

ในท่ามกลางเหตุร้ายก่ายบีบบด
องอาจอดไม่ทุ่มร่างลงร้องขอ
ถูกกระหน่ำซ้ำตีโบยไร้รีรอ
ศีรษะห่อเลือดชุ่มโชกไม่ก้มค้อม.

เหนือพิโรธโกรธเกรี้ยวน้ำตาหล่อ
คือกงล้อในเงาร้ายสยองสนอม
เป็นแรมปีทรมานให้ยินยอม
หาไปเถิดทุกโซ่กรอมมิหวั่นใด.

หมดสำคัญยืดคืนวันยาวนับกัปป์
ฤาจ้องจับม้วนข้าขังโทษพิสัย
ข้านี่เฮ้ยเจ้าชะตาตัวข้าไป
ผู้บัญชาจิตใจแห่งข้าเอง.
………………………………….
หัดแปลค่ะ
หากเพี้ยนความหมายไปบ้างก็ขออภัยเจ้าของบทประพันธ์ด้วยนะคะ

http://www.facebook.com/photo.php?fbid=1239291479020&set=a.1138182071348.16196.1731292367

——————————————————-

บันทึกที่มาของบทกลอนแปลบทนี้
ดูที่ลิงค์  [http://www.oknation.net/blog/mettapc/2010/07/14/entry-1]

‎”Invictus”
แปลโดยเครื่องมือแปลของกูเกิ้ล

“ออกจากกลางคืนที่ครอบคลุมฉัน,
ดำเป็นหลุมสุดหล้าฟ้าเขียว,
ผมขอขอบคุณพระเจ้าสิ่งที่อาจจะ
สำหรับชีวิตของผมไม่มีใครเอาชนะได้

ในการลดลงคลัชของสถานการณ์
ฉันยังไม่ได้ winced ไม่ออกเสียงร้อง
ภายใต้ bludgeonings ของโอกาส
หัวของฉันคือคราบเลือด แต่ทุรนทุราย

นอกเหนือจากสถานที่ของการลงโทษและน้ำตานี้
แต่ looms สยองขวัญของสี,
และยังขู่ของปี
พบและจะได้เจอผมไม่กลัว

มันสาระไม่ว่าคับแค้นประตู,
วิธีการเรียกเก็บเงินกับการลงโทษเลื่อน, (เพิ่มโทษขึ้นเรื่อยไป)
ฉันเป็นนายของโชคชะตาของฉัน :
ฉันกัปตันของจิตวิญญาณของฉัน.”

………..
ปูพื้นความรู้

Invictus
Invictus is a short poem by the British poet William Ernest Henley. The title is Latin for “Unconquered”. It was first published in 1875.

Background

At the age of 12 Henley became a victim of tuberculosis of the bone. In spite of this, in 1867 he successfully passed the Oxford local examination as a senior student. His diseased foot had to be amputated directly below the knee; physicians announced the only way to save his life was to amputate the other. Henley persevered and survived with one foot intact. He was discharged in 1875, and was able to lead an active life for nearly 30 years despite his disability. With an artificial foot, he lived until the age of 54. “Invictus” was written from a hospital bed.

[http://encyclopedia.thefreedictionary.com/Invictus]

……………..

ลองเล่นกับคำที่ไม่รู้

In the fell clutch of circumstance
(เหมือนตกเหว ไขว่คว้าเหนี่ยวยึดอะไรไม่ได้)

wince = เสียวสะดุ้ง

Loom เครื่องทอผ้า น่าจะเทียบได้กับหูกทอผ้า ที่เป็นกงล้อหมุนๆ หรือที่ไว้สาวไยไหม

Threat
(redirected from menace)
threat, in law, declaration of intent to injure another by doing an unlawful act, with a view to restraining his freedom of action.
A threat is distinguishable from an assault, for an assault requires some physical act that appears likely to eventuate in violence, whereas a threat may consist of words only or an act that is not violent, e.g., unlawful prosecution. Threats made to obtain money or property wrongfully are crimes (see blackmail and extortion), and under some statutes, the mere sending of nonextortionate letters that announce an intent to injure the person or property of another is criminal. Any contract concluded while one party is deprived of his freedom of will by a threat (see duress) is invalid and may be set aside.

strait เคร่งเครียด
………..strait the gate น่าจะหมายถึงปิดประตูแน่น ประตูที่ปิดตาย

How charged with punishments the scrolls
= How charged the scrolls (be) with punishments
: pattern of structure
~ How fat it is

the scrolls เลื่อน ,ม้วนให้หนาเข้าๆ

bludgeon v.

= to hit someone hard and repeatedly with a heavy weapon
: The two boys had been mercilessly bludgeoned to death.

= to force someone to do something
: The children bludgeoned their parents into taking them to the zoo.
…………………

แล้วมาทวนดูที่แปลไว้

หมดสำคัญยืดคืนวันยาวนับกัปป์

…น่าจะแปลให้ใกล้เคียงศัพท์กว่าเดิมเป็น

หมดสำคัญปิดประตูนานนับกัปป์
…..

เหนือพิโรธโกรธเกรี้ยวน้ำตาหล่อ
คือกงล้อในเงาร้ายสยองสนอม
เป็นแรมปีทรมานให้ยินยอม
หาไปเถิดทุกโซ่กรอมมิหวั่นใด.

…บทนี้ ดำน้ำเอา…. ง่วงๆ เลยรีบจับยัดความไปใส่ แฮ่ะๆ 🙂
………..ประสมกับต้องการให้กลอนพาไปคล้องกัน

แต่สนุกดี ต้องขอบคุณ บล็อกเกอร์ รักพงษ์ แห่ง oknation ที่แปลให้ดูก่อน แต่ไม่เข้าใจว่าทำไมคุณรักพงษ์แปลได้ เพราะอ่านเองแล้วไม่เห็นจะเข้าใจศัพท์ภาษาอังกฤษสักเท่าไร
เลยลองเปิดพจนานุกรมดู …
พอเข้าใจศัพท์มากขึ้นนิดๆ แล้วจับอารมณ์ของบทประพันธ์มาร้อยเรียงแต่งเป็นกลอน

…สนุกดีค่ะ…ผิดๆ ถูกๆ แก้แล้วแก้อีก …555 สม…ตอนเรียนขี้เกียจนัก
Reading ก็เรียนไม่กี่ตัว อ่อนซะ ส่วน Writing ดูจะเรียน 2 ตัวมั้ง…เกือบตกซะด้วย….

สงกรานต์ ๒๕๕๓

สวัสดีรับปีใหม่ 2553


สวัสดีปีใหม่ พ.ศ.๒๕๕๓

ไทไฮกุ

ดั่งเสือโลดทะยาน

หัว-ใจ-ตัว เปี่ยมสุขสมหวัง

ซำบายดีมีแฮง***


โคลงสี่สุภาพ

*สุข สันต์พลันชื่นชี้       ปรีดิ์เปรม

ศรี ส่งคงเกษม            รื่นเร้า

ปี ขาลผงาดเอม          โอชอิ่ม

เสือ กริ่มยิ้มยิ่งเย้า        ยั่วย้อมยอดพรฯ

แด่นักล่าเสือ

http://www.oknation.net/blog/mettapc/2009/05/03/entry-7

   เสือมาเตือนว่าแย่     หมู่อ่อนแอไม่ระวัง
พึงรู้ใดพลาดพลั้ง        ประโยชน์ตั้งปรับฝึกปรือ
  ชื่อเสือเชื่อว่าร้าย      ต้องทำลายให้หมดหรือ
สิ้นเสือมีคุณฤา         ขาดเสือหรือป่าสมดุล
  หมดแล้วเจ้าเสือร้าย    เจ้าสิ้นลายแสนสถุล
ฆ่าเสือสุดทารุณ         อ้างทำคุณ
บ้าลัทธิ
  อาฆาตใจเคืองขุ่น      แค้นคุกรุ่นขาดสติ
อภัยยอดฤทธิ         นำสันติและอารี
  สติปัญญามา         สันติพาประชาดี
สร้างทานปารมี          สังคมดีรักเจือจุน
  ทุกข์สุขผู้ร่วมโลก      สุขสร่างโศกผันเวียนหมุน
เท่าทันทั้งการุณ        เมตตาคุณจุนโลกา
  รักกันเอาไว้เถิด       จักประเสริฐสุดคณา
ช่วยกันร่วมธรรมา        ทั้งโลกาสรรเสริญคุณ
  เตรียมตนให้เข้มแข็ง   เติมเรี่ยวแรงไว้เป็นทุน
เสือร้ายคล้ายแค่หุ่น       วุ่นไม่ได้มันตายเอง.


จาก สมาคมหมาป่าหางด้วน ชมรมสิงโตหิว และกลุ่มแร้งอิสระ 

    แห่งป่า มฤคีรสโอชา   (ni_gul, 13 มิ.ย. 2551)

กลอนแปดสุภาพ – เสียงวรรณยุกต์

กลอนแปด, กลอนแปดสุภาพ – ฉันทลักษณ์ ; เสียงวรรณยุกต์
 


เสียงวรรณยุกต์ ใน กลอนแปดสุภาพ

 

กลอนแปดสุภาพคณะหนึ่ง จะมี  4 วรรค ทุกวรรคมีแปดคำ

วรรคแรก เรียกว่า วรรคสดับ หรือ วรรคสลับ
วรรคสอง เรียกว่า วรรครับ
วรรคสาม เรียกว่า วรรครอง
วรรคสี่ เรียกว่า วรรคส่ง

ที่ พิเศษของกลอนแปดสุภาพนั้นอยู่ที่เสียงวรรณยุกต์ โดยมีแบบแผนเฉพาะเพิ่มขึ้นจากของกลอนแปดเดิม (แก้ไขจากข้อความเก่า เนื่องจากมีผู้ท้วงติงว่าบังคับเฉพาะเสียงไม่ได้บังคับรูปวรรณยุกต์ 22 ก.พ. 2553)


เสียงวรรณยุกต์ ที่นิยมว่าไพเราะ ใช้ดังนี้

วรรคสดับ หรือ สลับ ใช้ได้ทุกเสียงวรรณยุกต์ ควรเลี่ยง เสียงสามัญ ด้วยไพเราะน้อยที่สุด
วรรครับ นิยมใช้เสียง
เอก โท จัตวา ห้ามใช้เสียงสามัญ
วรรครอง นิยมใช้เสียงสามัญ ตรี ควรเลี่ยงเสียงจัตวา เอก โท
วรรคส่ง นิยมใช้เสียงสามัญ ตรี ควรเลี่ยงเสียงจัตวา เอก โท


ทบทวนเสียงวรรณยุกต์

เสียงสามัญ     รอง กลอน เรียง การ เอย บุญ
เสียงเอก        แห่ง เยี่ยง ผัด หย่อน ปราด หมด สนุก
เสียงโท         ต้อง ถ้า เข้า แผ้ว
เสียงตรี          ร้อง รับ นับ รู้ ชก นก น้อย
เสียงจัตวา      เหลือ สาย เสียง เหมา สูง โผงผาง


ขอหยิบยกกลอนครูระดับรางวัลมาอ้างอิงไว้เป็นตัวอย่างสอน

ตัวอย่างบทประพันธ์ที่ควรจำ

กลอนแปดสุภาพ

กลอนสุภาพพึงจำมีกำหนด กลอนหนึ่งบทสี่วรรคกรองอักษร
วรรคละแปดพยางค์นับศัพท์สุนทร อาจยิ่งย่อนจ็ดหรือเก้าเข้าหลักการ
ห้าแห่งคำคล้องจองต้องสัมผัส สลับจัดรับรองส่งประสงค์สมาน
เสียงสูงต่ำต้องเรียงเยี่ยงโบราณ            เป็นกลอนกานท
์ครบครันฉันท์นี้เอย

ฐะปะนีย์ นาครทรรพ
ม.ล.บุญเหลือ เทพยสุวรรณ ประพันธ์

เพชรน้ำหนึ่ง

กลอนเก้าคำจำไว้ด้อยไพ”เราะ”
เขียนให้เหมาะแปดคำเพชรน้ำหนึ่ง
แต่ละวรรคหนักแน่นดุจแกน”กลึง”
กลอนจะ”ซึ้ง”ติดใจและให้คุณ

คำสุดท้ายวรรคแรกแยกพิ”เศษ”
สามัญ”เขต”หวงห้ามตามเกื้อหนุน
ท้ายวรรคสองต้องรู้อยู่เป็น”ทุน”
เอก-โท”จุน”จัตวาประ”พนธ์”

ท้ายวรรคสามวรรคสี่นี้จำ”มั่น”
เสียงสามัญ-ตรีใช้ได้ทุก”หน”
สัมผัสซ้ำจำจดงดปะ”ปน”
จงคิด”ค้น”ถ้อยคำที่จำ”เป็น”

ไม้ไต่คู้ใช้กับไม้ไต่”คู้”
เมื่อฟังดูเด่นดีทั่งที่”เห็น”
เสียงสั้นยาวก้าวก่ายหลายประ”เด็น”
อย่าบำ”เพ็ญ”พ้องกันนิรัน”ดร

อย่าเขียนให้ใจความตามเพ้อ”นึก”
จงตรองตรึกตระหนักเรื่อง”อักษร
คติธรรมนำใส่ให้สัง”วร”
รวมสุน”ทร”ถ้อยไว้ให้งด”งาม”

จุดจบก็ขอให้กินใจหน่อย
มิควร”ปล่อย”เปะปะเหมือนสะ”หนาม”
จบให้เด่นเห็นชัดจำกัด”ความ”
ให้ตรง”ตาม”เค้าโครงเรื่องโยง”ใย”

เขียนเสร็จสรรพกลับมาตรวจตราผิด”
ตรวจชนิดเรียงตัวทั่วกันใหม่
เมื่อเห็นเพราะเหมาะดีจี้หัว”ใจ”
จึงเผย”ให้”ประชาชนตรา”ตรึง”

กลอนเก้าคำจำไว้ด้อยไพเราะ
เขียนให้เหมาะแปดคำเพชรน้ำ”หนึ่ง
แต่ละวรรคหนักแน่นดุจแกน”กลึง”
ผู้อ่าน”จึง”จะชอบชมขอบคุณ

ส.เชื้อหอม…นักกลอนรางวัลพระราชทาน

 

ฉันทลักษณ์ อัปลักษณ์ หรือ?

โคลงฉันท์กาพย์กลอนร่ายหลายหลากรส
ล้วนมีกฏเกณฑ์กลมนต์อาถรรพ์
ส่วนร้อยแก้วแน่วแน่แต่ปางบรรพ์
กฏเกณฑ์พรรณาว่าไม่มี

เขียนได้ตามความเห็นเป็นอิสระ
ขาดฉันทลักษณ์เช่นเร้นศักดิ์ศรี
ไม่ต้องคล้องสัมผัสจัดวลี
ไม่พิถีพิถันกันจริงจัง

ส่วนร้อยกรองต้องเคร่งเพลงสัมผัส
ข้อความจัดจะแจ้งแฝงมนต์ขลัง
เสียงสั้นยาวก้าวก่ายให้ระวัง
จักถูกชังกระฉ่อนกลอนลิเก

สมัยเก่าเบาราณท่านมิเคร่ง
ปล่อยตามเพลงพาไปเหมือนไฉเฉ
เสียงสั้นยาวก้าวก่ายหมายคะเน
จักหันเหอย่างไรไม่พะวง

สมัยนี้มีแปลกแหวกแนวหนัก
ฉันทลักษณ์เลื่อลอยปล่อยลืมหลง
บ้างเอาอย่างต่างชาติคาดคั้นลง
แล้วทะนงว่าแบบใหม่แสบทรวง

โบราณว่า”รู้มากยากนาน”แน่
เฉกคนแก่เรียนรู้เหมือนอยู่สรวง
แต่ใจต่ำทำว่าข้าเด่นดวง
เหมือนกับพวงมะเดื่อเน่าเนื้อใน

ส.เชื้อหอม…นักกลอนรางวัลพระราชทาน

ภาษาวิบัติ

ฟังเขาอ่านกลอนกันทุกวันนี้
แล้วอยากหนีไปนอนตายก่อนเพื่อน
อักขระวิบัติสัมผัสเลือน
ดูเสมือนไร้ความรู้ตามกัน

ฉันอ่าน”ชั้น” สรรหาเอามาอ่าน
คำว่าท่านก็เหวี่ยงเป็นเสียง”ทั่น”
ไหมอ่าน”มั๊ย” ไม่คิดจิตผูกพัน
อารมณ์ผันฟุ้งเพลินจนเกินความ

ไม้อ่าน”ม้าย” กลายกลับเปลี่ยนศัพท์แสง
ได้ก็แผลงเป็น”ด้าย” คล้ายหยาบหยาม
ใต้อ่าน”ต้าย” กลายหมดไม่งดงาม
น้ำอ่าน”น้าม” น่าคิดเสียงผิดไป

เจ้าอ่าน”จ้าว” ร้าวฉานสถานหนัก
เขาก็ยักอ่าน”เค้า” เศร้าไฉน
เช้าอ่าน”ช้าว” ร้าวรวดปวดหัวใจ
เท้าก็ไพล่เป็น”ท้าว” ก้าวตามมา

เก้าอ่าน”ก้าว” ยาวออกไปนอกเสียง
เปล่าก็เบื่ยงเป็น”ปล่าว” ใช่กล่าวหา
เล้าอ่าน”ล้าว” ยาวข้ามไปสามวา
เหลาท่านว่า”หลาว” เลยเชยกันจริง

เต้าอ่าน”ต้าว” ราวกับศัพท์วิตถาร
ร้องให้อ่าน”ร้องห้าย” ทั้งชายหญิง
หรืออ่าน”รึ” ครึคระไม่ประวิง
ปล่อยใจดิ่งดักดานจึงทานทัด

ทั้งร้อยกรองร้อยแก้วต้องแน่วแน่
อย่าเอาแต่ตามใจให้วิบัติ
ขอวอนวานอ่านกันให้มันชัด
เพื่อช่วยพัฒนาภาษาไทย

ส.เชื้อหอม….นักกลอนรางวัลพระราชทาน






ขอฝากข้อมูลไว้เพียงนี้ก่อน


ขอขอบคุณครูบาอาจารย์ทุกท่าน

และขอขอบคุณผู้รักการร้องเล่นและแต่งกลอนสืบต่อกันมาทุกคน

ni_gul


อ้างถึง

ส. เชื้อหอม http://www.oknation.net/blog/tomnon/2009/08/06/entry-1

 

กลอนแปดสุภาพ http://dhanita-rpk.spaces.live.com/Blog/cns!926D7AD01F9C551F!1051.entry

ปรับปรุง เมื่อ ธ.ค. 2553

เรื่องอ่านต่อเนื่อง…

เสียงวรรณยุกต์ ใน กลอนแปดสุภาพ

กลอนแปดสุภาพ ว่าด้วยเรื่องฉันทลักษณ์

กลอนสัมผัสกับการบังคับหรือตามใจแบบไทยแท้ที่ก่อจังหวะเฉพาะแสนสนุกแบบไทยๆ ?

 

แด่ผู้มีฝัน

แด่ผู้มีฝัน

 
ได้แค่นี้ แต่มีหวัง ยิ่งกว่านั่น
ได้แค่นั้น ก็ยิ่งหวัง ได้แค่โน้น
ได้แค่ไหน กล่อมหัวใจ ให้อ่อนโยน
อย่าเร่งโหน สุขย่อมได้ ระหว่างทำ
 
ni_gul
 

เคย ฟัง อาจารย์เฉลิมชัย เล่าว่าเคยเจอแรงคำพูดเชิงปรามาสจาก ท่าน ถวัลย์ ดัชนี ที่ฝันใหญ่เกินตัวจะเป็นศิลปินยิ่งใหญ่ทั้งที่ยังสร้างผลงานแค่นิดๆ หน่อยๆ
อาจารย์เฉลิมชัยจึงเร่งวาดภาพเป็นวัน เป็นเดือน เป็นปี เพื่อเอาชนะคำพูดนั้นและเพื่อพิสูจน์ความฝันของตัวให้ได้…แล้วดูปัจจุบัน ของอาจารย์เฉลิมชัยซะมั่ง…

…ขอให้มีความสุขกับการสร้างสรรค์ต่อไปนะคะ…