พูดความจริง – พุทธพจน์-หลักในการกล่าววาจาอันก่อประโยชน์

เหตุต่างๆ ดังนี้เองที่เหล่าพุทธศาสนิก หรือแม้แต่ผู้ใฝ่การศึกษาหาความรู้จะหลีกเลี่ยงไม่พยายามทำความเข้าใจในคำสอนของพระองค์ก็คงจะน่าเสียดาย

พระพุทธเจ้าทรงได้รับขนานนามจากปราชญ์ทั้งหลายว่า เป็น พระบรมศาสดา หรือ พระบรมครู ซึ่งแปลว่า พระศาสดาผู้ยอดเยี่ยม หรือ ผู้เป็นยอดของครู

มองดูจากเหตุผลง่ายๆ จะเห็นว่า

    1. ทรงอุบัติมาท่ามกลางชมพูทวีปในยุคที่มีมวลหมู่ศาสดาจารย์เจ้าลัทธิต่างๆ และปวงนักคิด ที่มีความรู้เก่งกล้าต่างๆ ทั้งมีลูกศิษย์สาวกมากมาย ล้วนเข้ามาท้าทาย ลองภูมิ  มาข่ม มาปราบ แต่ พระพุทธเจ้าก็สามารถสอนสาวก แผ่ขยายคำสอน และดำรงศาสนาของพระองค์ให้เผยแพร่ต่อไปได้ดังเป็นที่ปรากฏ
    2. คำสอนของพระองค์ก็ขัดแย้งกับคำสอนในศาสนาเดิม เช่น เรื่องวรรณะ เรื่องกรรม เรื่องความไม่มีตัวตน ฯ ทั้งยังจัดตั้งระบบคำสอน และความเชื่อถือใหม่แก่สังคมได้ เรียกว่าปฏิรูปความคิดแบบ พลิก แทบหมดสิ้นเลยก็ว่าได้
    3. ขอบเขตคำสอนล้วนกว้างขวาง ใช้ได้ทุกระดับชน ทุกระดับความรู้ความเชื่อ ทุกแบบทุกชนิด ทรงสอนได้ทั้งสิ้น จนคนเหล่านั้นยอมเป็นศิษย์ของพระพุทธเจ้า นับแต่กษัตริย์ลงมาทีเดียว
    4. พระพุทธศาสนาที่เจริญมาตลอดทุกกาลสมัย  แพร่หลายอยู่ในหลายประเทศ หลากผิวพรรณ เป็นผลงานที่ยิ่งใหญ่ของพระพุทธเจ้าเป็นที่ประจักษ์ชัด

(เรียบเรียงจาก หน้า 177-179 หนังสือเล่มเดียวกันกับที่จะนำมาเล่าต่อไป)

เหตุต่างๆ ดังนี้เองที่เหล่าพุทธศาสนิก หรือแม้แต่ผู้ใฝ่การศึกษาหาความรู้จะหลีกเลี่ยงไม่พยายามทำความเข้าใจในคำสอนของพระองค์ก็คงจะน่าเสียดาย

มีความตอนหนึ่งที่อยากจะนำมาบอกเล่า ไว้เป็นหลักที่เราในฐานะบล็อกเกอร์จะใช้พิจารณาในการบอกข่าวเล่าเรื่อง หรือแม้แต่ใช้พิจารณาดู รับรู้ข่าวสาร จากผู้อื่น

*

จากหน้า 210-211 ในหนังสือชื่อ
"รู้หลักก่อน แล้วศึกษา และ สอนให้ได้ผล" ของ พระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ. ปยุตฺโต)
ISBN 9 789743 890987 สำนักพิมพ์ธรรมสภา  พ.ศ. 2551, 278 หน้า .

*

กล่าวถึงพระพุทธเจ้า เมื่อประทับอยู่ในป่าประดู่ลายใกล้เมืองโกสัมพี ได้หยิบใบไม้ประดู่ลายเล็กน้อยใส่กำพระหัตถ์ แล้วตรัสถามภิกษุทั้งหลายว่า ใบประดู่ลายในพระหัตถ์ กับ ในป่า ไหนจะมากกว่ากัน ภิกษุทั้งหลายกราบทูลว่า ในป่ามากกว่า จึงตรัสว่า สิ่งที่พระองค์ตรัสรู้แต่มิได้ทรงสอน เหมือนใบประดู่ลายในป่า ส่วนที่ทรงสั่งสอน น้อยเหมือนใบประดู่ลายในพระหัตถ์ และตรัสแสดงเหตุผลในการที่มิได้ทรงสอนทั้งหมดเท่าที่ตรัสรู้ว่า เพราะสิ่งเหล่านั้นไม่เป็นประโยชน์ มิใช่หลักการดำเนินชีวิตอันประเสริฐ ไม่ช่วยให้เกิดความรู้ถูกต้องที่จะนำไปสู่จุดหมาย คือ นิพพานได้

พระองค์ทรงมีพระเมตตา หวังประโยชน์แก่สัตว์ทั้งหลาย จึงตรัสพระวาจา ตามหลัก 6 ประการ คือ :-

  1. คำพูดที่ไม่จริง ไม่ถูกต้องไม่เป็นประโยชน์, ไม่เป็นที่รักที่ชอบใจของผู้อื่น ไม่ตรัส
  2. คำพูดที่จริง ถูกต้อง, แต่ไม่เป็นประโยชน์, ไม่เป็นที่รักที่ชอบใจของผู้อื่น – ไม่ตรัส
  3. คำพูดที่จริง ถูกต้อง, เป็นประโยชน์, ไม่เป็นที่รักที่ชอบใจของผู้อื่นเลือกกาลตรัส
  4. คำพูดที่ไม่จริง ไม่ถูกต้อง, ไม่เป็นประโยชน์, ถึงเป็นที่รักที่ชอบใจของผู้อื่น – ไม่ตรัส
  5. คำพูดที่จริง ไม่ถูกต้อง, ไม่เป็นประโยชน์, ถึงเป็นที่รักที่ชอบใจของผู้อื่น – ไม่ตรัส
  6. คำพูดที่จริง ถูกต้อง, แต่ไม่เป็นประโยชน์, เป็นที่รักที่ชอบใจของผู้อื่น – เลือกกาลตรัส *

ลักษณะของพระพุทธเจ้าในเรื่องนี้ คือ ทรงเป็น

  • กาลวาที 
  • สัจจวาที
  • ภูตวาที
  • อัตถวาที
  • ธรรมวาที
  • วินัยวาที

*ม.ม. ๑๓/๙๔; เทียบ ที.ปา ๑๑/๑๑๙

 

Kamaresaiyok – ๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐

http://www.imeem.com/phappymeeting/music/JG-kbVZI/kamaresaiyok/

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: