“มรรค ” นั้นหรือสำคัญที่สุดในอริยสัจ 4 ?

ไปพบข้อความที่อธิบายความสำคัญของ มรรค 1 ใน องค์ 4 ของ อริยสัจ 4 ซึ่งสั้นกระชับ และได้ใจความชัดเจน จึงนำลงมาไว้สำหรับอ่านทบทวนได้บ่อยๆ
 
ขอบคุณ โอเคเนชั่นบล็อก http://www.oknation.net/blog/Atata/2009/06/15/entry-1
 
เชิญอ่านต่อ ณ บัดนี้…


 

มรรค  สำคัญที่สุดในอริยสัจ 4 เพราะเหตุใด

                                                                                                            โดย…มรรคาสามัญ

อริยสัจ 4 คือ ความจริงอันประเสริฐ 4 ประการที่พระพุทธองค์ทรงค้นพบ ได้แก่

                1. ทุกข์ คือ ความไม่สบายกาย ไม่สบายใจ และปัญหาต่อชีวิตและสังคม มีสภาพเป็นผล ที่เกิดจากเหตุที่เกิดขึ้นแล้ว แก้ไขอะไรไม่ได้ เป็นเพียงอดีตที่ผ่านไปแล้ว เป็นบทเรียนที่ไม่ดีที่ไม่ควรให้เกิดขึ้นอีก เพราะรู้ว่าทุกข์ที่เป็นผลที่ได้รับอยู่นี้ย่อมเกิดจากเหตุที่ไม่ดีแน่ เพราะมีกฎแห่งกรรมว่าทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว  ปัญหาหรือทุกข์นี้ก็เชื่อได้ว่าต้องมาจากการกระทำเหตุที่ไม่ดีแน่ ๆ เลย อย่าลืมว่าผลมันเป็นสิ่งที่ทำไม่ได้ แต่เกิดขึ้นเองจากเหตุ ในข้อ 2

                2.  สมุทัย คือ สาเหตุที่ทำให้เกิดทุกข์หรือปัญหาในอริยสัจ 4 ข้อที่ 1  ซึ่งน่าจะมาจาก การคิด พูด หรือ ทำไม่ดีนั่นเอง มันจึงก่อให้เกิดปัญหาหรือทุกข์ ขึ้นได้ ตามหลักกฎแห่งกรรม ทำดี ได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว  กล่าวกันว่าทุกข์มักเกิดจากการกระทำตามกิเลส ตัณหา โดยเฉพาะตัณหา 3 อันได้แก่  กามตัณหา  ภวตัณหา  และวิภวตัณหา เมื่อไม่ได้ ไม่มี ไม่เป็น ตามที่ปรารถนาก็ย่อมเป็นทุกข์หรือเกิดปัญหาเป็นธรรมดา สมุทัย มีสภาพเป็นเหตุ ถ้าเลือกคิด พูด หรือทำเหตุที่ดี ย่อมส่งผลดีในข้อ 1 ได้ แต่ถ้าทำไม่ดีก็จะเกิดผลตรงข้าม คือเป็นปัญหาหรือเป็นทุกข์ ดังที่เห็นและเป็นอยู่

                3.  นิโรธ คือความดับทุกข์ หรือสภาพที่หมดสิ้นปัญหา มีสภาพเป็นผล  ซึ่งนิโรธกระทำไม่ได้แต่เกิดขึ้นเองจากเหตุ ที่เกิดจากการะทำตามเหตุที่ดี ในอริยสัจ 4 ข้อสุดท้าย คือมรรคนั่นเอง

                4.  มรรค คือ แนวคิด แนวทางปฏิบัติที่ดี หรือครรลองชีวิต ที่ถูกต้อง ที่ควรทำ มีสภาพเป็นเหตุให้กระทำดีทั้งกาย วาจา และใจ สุดท้ายก็จะเกิดผลเป็นนิโรธ คือดับทุกข์ สิ้นปัญหาได้

                เพราะเหตุใดจึงกล่าวว่า มรรค สำคัญที่สุดในอริยสัจ 4 ก็เพราะว่า ข้อ 1 และข้อ 2 นั้นเป็นอดีตที่ผิดพลาด ที่เกิดขึ้นแล้วแก้ไขอะไรไม่ได้ จะมีประโยชน์ก็เพียงเป็นอดีตที่เป็นบทเรียนว่า ไม่ควรกระทำสิ่งที่เป็นเหตุให้เกิดปัญหา หรือความทุกข์ขึ้นมาอีก

                ส่วน ข้อ 3 นิโรธ คือความดับทุกข์ หรือความสิ้นปัญหา มันมีสภาพเป็นผล ไม่ต้องลงมือทำก็เกิดขึ้นเอง เพราะมันเป็นปลายทางของเหตุ อยู่เฉย ๆ ไม่ต้องทำมันก็เกิดหรือจะเรียกว่าเป็นผลพลอยได้ก็น่าจะไม่ผิด 

ข้อ 4 คือ มรรค คือ แนวคิด แนวปฏิบัติ ที่ดีและถูกต้อง เมื่อลงมือคิด พูดหรือ ทำ แล้วก็จะส่งผลให้ไปถึงความสิ้นปัญหา หรือดับทุกข์ได้ การกระทำทางพระพุทธศาสนา มี 3 ทาง ได้ แก่ 1.กายกรรม   2. วจีกรรม  3. มโนกรรม  ซึ่งก็คือการคิด  พูด และทำ  มรรคมีสภาพเป็นเหตุของการกระทำดี จึงส่งผลให้ได้รับผลดีคือนิโรธ  ในอริยสัจ 4 ทำเพียงข้อเดียวเท่านั้นก็สิ้นทุกข์สิ้นปัญหาได้ คือ มรรค ดังนั้น มรรค จึงถือว่าสำคัญที่สุด ในบรรดาอริยสัจทั้ง 4 ประการ

3 responses to this post.

  1. อนุโมทนาค่ะ ^_^

    ตอบกลับ

  2. แก้ที่ต้นเหตุของปัญหาหรือดับที่ต้นของเหตุการณ์นั้นๆ ก่อนที่จะทำให้เกิด…ซึ่งพระพุทธองค์ได้ทรงสอนไว้ว่า"ทำความดี ละเว้นความชั่ว ทำจิตใจให้ผ่องใส"ทั้งยังมีการป้องกันดังคำสอนที่ว่า"อัปมาท" ครับกอปกับหลักธรรมพื้นฐานที่จะช่วยให้เรามีแนวทางในการปฎิบัติคือ"เบญจศีล"และ"เบญจธรรม"ครับ7-8 ก.ค.52นี้ขอเชิญพุทธศาสนิกชนร่วมทำบุญกันนะครับ

    ตอบกลับ

  3. Posted by ธนิตา on กรกฎาคม 6, 2009 at 12:33 pm

    ปัจจุบันเป็นที่รวมทั้งอดีตและอนาคต ผลปัจจุบันย่อมเกิดจากอดีต เกิดแล้วก็แล้วไป ไหนไม่ดีก็ทิ้งไปทำใหม่ในปัจจุบัน สร้างเหตุดีเดี๋ยวนี้ ผลดีย่อมเกิดขึ้นแน่ในอนาคตสำคัญที่จิตต้องปกติ กายมีศีลปกติ วาจาต้องสอดคล้องไม่ก่อปัญหาหรืออุปสรรคจึงต้องไม่ประมาท เพราะความสามารถเรายังจำกัด การพลั้งเผลอย่อมเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อจึงต้องละชั่วทุกทาง ทำดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ และทำใจให้บริสุทธิ์ให้มากขึ้นๆ ๆ ฝึกไปเรื่อยๆ อย่าหวังว่าจะเป็นพระอริยะในวันเดียว….หมั่นฝึกฝน เรียนรู้ และพัฒนาไปทุกวันๆ จะก้าวหน้าเองเป็นหอยทาก ดีกว่าเป็นก้อนกรวด การเดินทางถ้าเดินย่อมมีทาง…แต่พระท่านว่าอย่างไรก็ตามหมั่นทำไปจะเป็นประโยชน์ต่อตัวเราในภายหน้าแน่นอน:) ว่าเป็นยายแก่เลย แต่ตัวเองก็ยังทำไม่ค่อยได้ โดยเฉพาะข้อทำจิตให้บริสุทธิ์!

    ตอบกลับ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: