จุฬาทำได้-ชุดตรวจไข้หวัดใหญ่สายพันธ์ใหม่2009, ชั่วโมงเดียวรู้ผล

 อาจารย์จากคณะวิทยาศาสตร์  จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย  ประสบความสำเร็จในการสร้างชุดตรวจไข้หวัดใหญ่  สายพันธุ์ใหม่  2009  สำเร็จ



     นักวิชาการรายนี้คือ  ผศ.ดร.ปิยะศักดิ์  ชอุ่มพฤกษ์  อาจารย์ประจำห้องปฏิบัติการทรานสเจนิคเทคโนโลยีในพืชและไบโอเซ็นเซอร์  ภาควิชาพฤกษศาสตร์  คณะวิทยาศาสตร์  จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย  กล่าวว่า  ความสำเร็จในการสร้างชุดตรวจเชื้อมาจากการต่อยอดความรู้จากห้องปฏิบัติการที่ทำงานในเรื่องของไบโอเซ็นเซอร์   ซึ่งเน้นการตรวจวิเคราะห์บนพื้นฐานของ  DNA  และ  RNA  เดิมเริ่มจากการตรวจวิเคราะห์โมเลกุลปนเปื้อนในอาหารมาก่อน

     การตรวจวิเคราะห์จะอาศัยหลักการ   3  ขั้น  ได้แก่  1.การสกัด  DNA  หรือ  RNA   2.การเพิ่มสัญญาณ   DNA  หรือ  RNA  เป้าหมายซึ่งมีปริมาณน้อยมากให้มีปริมาณมากพอที่จะตรวจสอบได้  และขั้นตอนสุดท้าย  คือการแปลงสัญญาณเหล่านั้นให้แสดงผลในรูปแบบกายภาพ  ซึ่งตรวจวัดได้ทางฟิสิกส์  ห้องปฏิบัติการมีความเชี่ยวชาญ  3  ด้านดังกล่าว 

     ผศ.ดร.ปิยะศักดิ์กล่าวว่า   ที่ผ่านมาได้ใช้ประสบการณ์ในการตรวจการปนของดีเอ็นเอของโค  กระบือ  และสุกร  ในอาหาร  และที่ผ่านมามีประสบการณ์ในการพัฒนาการตรวจไข้หวัดนก   ร่วมกับ  ศ.นพ.ยง  ภู่วรวรรณ  มาก่อน  เมื่อมีเรื่องหวัด  2009  H1  N1   flu  และมีข้อมูลลำดับนิวคลิโอไทด์  จึงสังเคราะห์ทุกอย่างในห้องปฏิบัติการทันที   โดยไม่จำเป็นต้องพึ่งพาตัวอย่างไวรัสอันตราย  เพราะปัจจุบันสามารถสังเคราะห์  DNA  ทางเคมีได้  จนถึงการพัฒนาชุด  KIT  ของคณะวิทยาศาสตร์  ร่วมกับคณะแพทยศาสตร์  จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

     โดยหลักการตรวจวิเคราะห์ด้วยเซ็นเซอร์   มีจุดประสงค์หลักๆ   คือ  ต้องการให้การตรวจวิเคราะห์ทำได้นอกห้องปฏิบัติการ  ง่ายและรวดเร็ว   โดยใช้เครื่องมือที่ง่ายในการตรวจ  ทำให้การตรวจทำได้ในทุกพื้นที่ที่ต้องการได้ในทันที   ตอบสนองหลักการ  Point  of  Care  ในส่วนของอุปกรณ์ในการตรวจเชื้อ  ประกอบด้วย  น้ำยาสำเร็จรูปที่ใส่หลอดไว้ล่วงหน้า  พร้อมสำหรับหยดตัวอย่างไวรัสลงไป  ซึ่งขั้นตอนดังกล่าวจะใช้เวลาเพียง  1-2  นาที  จากนั้นบ่มปฏิกิริยาที่อุณหภูมิ  63  องศาเซลเซียส  ประมาณ  40  นาที  ถึง  1  ชั่วโมง  จากนั้นตรวจผลจากการเรืองแสง  สามารถใช้เครื่องตรวจธนบัตรปลอมที่มีราคาถูกและสะดวกในการพกพา  สามารถดูด้วยตาเปล่าได้  ทั้งนี้  หากผลออกมาเรืองแสง  แสดงว่าตัวอย่างติดเชื้อหวัด  2009

     จากขั้นตอนทั้งหมดนี้หากคิดค่าใช้จ่ายจากการตรวจ  รวมประมาณ  350  บาท  แยกเป็นค่าตรวจตัวอย่างด้วย  Kit  สำเร็จรูป  1  ตัวอย่าง  ใช้เงินประมาณ  150  บาท  และค่าใช้จ่ายในการสกัด  RNA  ประมาณ  200  บาท  อย่างไรก็ตาม  หากใช้วิธีการสกัด  RNA  อย่างง่ายก็จะประหยัดค่าใช้จ่ายลงได้อีก

     โดยหลักการทางทฤษฎีการตรวจด้วยชุดสำเร็จนี้   ให้ความเฉพาะเจาะจงและแม่นยำกว่าเทคนิค  PCR  ที่นิยมใช้  ซึ่งจะต้องใช้เวลาถึง  2-3  ชั่วโมงขึ้นไป  และต้องใช้เครื่องควบคุมอุณหภูมิพิเศษที่มีราคาแพง  และต้องพึ่งห้องปฏิบัติการและบุคลากรเฉพาะทาง  ทำให้มีค่าใช้จ่ายที่สูงกว่ามาก.

ข้อมูลจาก ไทยโพสต์

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: