บุปผชาติแห่งชีวิต-ระวี ภาวิไล

  

 http://www.bflybook.com/Search.aspx?FirstTimes=BasicSearch&SortID=0&PageNumber=1

 

วาจาชอบ

ปัญหาที่เราแต่ละคนควรหมั่นถามตนเองอยู่เสมอ

ก็คือว่า เราได้ใช้คำพูดเป็นประโยชน์
ต่อทั้งตนเองและผู้อื่นหรือเปล่า
…………………..
เป็นที่น่าสังเกตว่าในสังคมปัจจุบัน
ยังมีคนไม่น้อยชอบนินทาว่าร้ายผู้อื่น
คล้ายกับว่ามีความสุขในการฉลาดใช้คำพูด
และพรรณนาโวหาร
ที่จะทำให้ผู้อื่นเสียหายในทางต่าง ๆ
มีแต่จะชักนำให้เกิดความรุนแรงและความโกรธ
จึงเป็นสิ่งมีโทษ ไม่มีคุณค่าอันใด
จิตใจที่ก้าวร้าวเย่อหยิ่งถือดี
ทั้งที่ไม่มีคุณความดีอะไรจะยึดถือ
มักแสดงออกทางกิริยาวาจาที่เบ่งพอง
ส่งเสียงข่มขู่ดูถูกผู้อื่น
จิตใจที่อ่อนโยนนุ่มนวลแต่มั่นคงนั้น
แสดงออกทางกิริยาวาจาที่อ่อนน้อมถ่อมตนและไพเราะ
ท่านจำโคลงโลกนิติบทหนึ่งได้ไหม ที่มีว่า :
 
…..นาคีมีพิษเพี้ยง……………สุริโย
เลื้อยบ่ทำเดโช…………………..แช่มช้า
พิษน้อยหยิ่งโยโส…………………..แมลงป่อง
ชูแต่หางเองอ้า…………………………….อวดอ้างฤทธี
 
เมื่อเราได้รู้….
ก็ไม่ควรใช้ภาษาพูดในทางไม่เป็นประโยชน์
ไม่ควรเสียเวลาสนทนาเรื่องไร้สาระ
สักแต่ว่าพูดกันไปเพราะไม่มีอะไรจะทำ
เป็นการฆ่าเวลาเพราะไม่เช่นนั้นก็จะเบื่อ
หากเป็นเช่นนี้แล้วก็เป็นการบั่นทอนชีวิตของตนเอง
เพราะอันที่จริงนั้น ทุกขณะในชีวิตมีคุณค่า
ไม่สมควรปล่อยให้ผ่านไปเปล่า ๆ
หรือใช้ในเรื่องราวที่ไม่เป็นเรื่อง
เช่นการชุมนุมสนทนาเพ้อเจ้อไร้ประโยชน์
แต่ควรหมั่นฝึกฝนอบรมตนเอง
มีสติควบคุมทั้งกายและวาจา
ไม่นินทาว่าร้ายกล่าวส่อเสียด
ไม่พูดคำหยาบ ไม่สนทนาเพ้อเจ้อ
และไม่กล่าวเท็จ ขัดความเป็นจริงด้วย
 
ในประการสุดท้ายนี้
ผู้รักการแสวงหาความถูกต้อง ความสัตย์จริงในชีวิต
ต้องการดำเนิชีวิตสอดคล้องกับหลักสัจธรรม
จำเป็นต้องมีสัจธรรมในกายวาจาของตนเอง
และมีจิตใจซื่อตรงต่อความจริง
…..
จึงควรที่เราทุกคนจะต้องฝึกฝนตนเอง
ให้กล่าวแต่ความสัตย์ ความจริง อยู่เสมอ
(หน้า ๑๒๗-๑๓๐)
***************************************************************************
 

ข้อเตือนใจ

……………
ตราบใดที่เรายังไม่รู้แจ้งเห็นจริงในทุกสิ่ง
ก็อาจมีบางเรื่องที่ยอมรับฟังไว้ก่อน
เพื่อจะได้ใช้ปัญญาศึกษาและวิเคราะห์
……………….
ความปักใจเชื่อมั่นที่ขาดการตริตรองให้รอบคอบ
เปิดโอกาสให้ความเห็นผิด
และความถือตัวถือตนเข้าครอบงำ
ยึดมั่นว่าลัทธิของตนเท่านั้นจริงแท้
กล่าวหาว่าความเชื่อของผู้อื่นมีแต่เท็จ
..เราควรจะได้ล่วงรู้และยอมรับ
ว่าในธรรมชาติมีหลักเกณฑ์
แห่งความเป็นเหตุเป็นผลอันเฉียบขาด
ไม่มีข้อยกเว้นในกรณีใด
….
และความเชื่อมั่นอีกประการหนึ่งที่พึงมี
คือเชื่อในศักยภาพของมนุษย์
ว่ามีความสามารถแฝงฝังอยู่ในตน
ที่จะพัฒนาชีวิตและจิตใจ
ให้มีสติปัญญาสูงขึ้นเสมอ…
…บรรลุถึงความดีงามสูงสุดได้
(หน้า ๔๗-๔๘)
********************************
 

เที่ยงตรง และเที่ยงธรรม

 
การวินิจฉัยเรื่องราวใด
ที่จะให้ถูกต้องตามทำนองคลองธรรม
จำเป็นต้องทำด้วยความเที่ยงตรง
กล่าวคือปราศจากอคติ
อันได้แก่ความชอบชังเป็นส่วนตัว
หรือมิฉะนั้นก็ความกล้วที่แอบแฝงอยู่
และตัดอคติที่รู้ทันได้ยากอีกประการหนึ่ง
คือความหลงผิด ไม่เข้าใจสถานการณ์ตามเป็นจริง
 
ดังนั้นในการตัดสินใจ
เพื่อจะกระทำอะไร
โดยเฉพาะที่จะกระทบกระเทือนผู้อื่นด้วย
ก็ควรจะได้ตรวจตราตรวจสอบจิตใจตนเองเสียก่อน
เพื่อจะลดอคติลงให้ได้
 
ความเที่ยงธรรม
เป็นการแสดงออกของจิตใจที่รักความจริง
ปรารถนาจะดำรงชีวิตที่สอดคล้องความถูกต้อง
มองทุกสิ่งตรงไปตรงมา
รู้จักว่าอะไรถูกอะไรผิด
ไม่ยอมคิดบิดเบี้ยวคดโกง
ไม่อำพรางความทุจริตมืดมน
ไม่ยอมตนเป็นเครื่องมือของความชั่ว
รักที่จะอยู่อย่างสว่างกระจ่างใจ
จิตใจที่หมั่นฝึกให้คิดนึกอย่างกระจ่างชัดเจน
ไม่เอนเอียง รัก ชัง กลัว และหลงผิด
ย่อมพร้อมที่จะรู้ลึกซึ้งยิ่งขึ้นในเรื่องของชีวิต
เกิดปัญญาอันมีคุณค่าต่อการพัฒนาตนเอง
 
ความเที่ยงตรงและเที่ยงธรรม
เป็นคุณสมบัติจำเป็นสำหรับผู้นำในสังคม
เพราะถ้าหากบุคคลขาดคุณธรรมเช่นนี้
ย่อมไม่อาจเป็นที่เคารพยำเกรงของหมู่คณะได้
เมื่อกระทำการด้วยใจเที่ยงตรงมั่นคงแล้ว
ย่อมปราศจากความหวาดหวั่นพรั่นพรึง
ด้วยมีความเชื่อมั่นว่าได้ทำสิ่งที่ถูกต้อง
ย่อมยืนหยัดเผชิญกับทั้งโลกได้อย่างอาจหาญ
ดังนั้นความเที่ยงตรงและเที่ยงธรรมนี้
ควรส่งเสริมให้เกิดมีเป็นอย่างมาก
เพราะเป็นพลังเสริมสร้างความเข้มแข็ง
เป็นแรงผลักดันให้เกิดความเจริญในชีวิต
(หน้า ๑๕๓-๑๕๕)
จาก หนังสือ "บุปผชาติแห่งชีวิต" เขียนโดย ระวี ภาวิไล   ISBN 974-14-0051-9
จัดพิมพ์โดย สำนักพิมพ์ผีเสื้อ  พิมพ์ครั้งที่สี่ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๕๕๑
*********************************************************************************

Advertisements

One response to this post.

  1. Posted by นายณรงค์ on มีนาคม 18, 2009 at 11:04 pm

    ความเที่ยงตรงเป็นสิ่งที่ดีมากในสังคม ซึ่งทุกวันนี้หาความเที่ยงตรงไม่ได้ มีแต่โกหกหลอกลวง ซึ่งกันและกัน บิดเบือน จากความเป็นจริง อยากให้มีการปลูกฝังกันตั้งแต่เด็ก ๆ ซึ่งประเทศญี่ปุ่นนี้ เป็นประเทศที่เป็นตัวอย่างที่ดีมากในเรื่องนี้ เมื่อเค้ารู้สึกผิด เค้าจะไม่ทำ และลาออก ยิ่งในสมัยก่อน เค้าจะฮาราคีรี หรือคว้านท้อง ฆ่าตัวตาย แต่เราไม่ต้องทำถึงขนาดนั้นนะ ขอเพียงนึกถึงส่วนรวม และความปลอดภัยต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้น …

    ตอบกลับ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: