วันมาฆบูชา

 
วันสำคัญทางพระพุทธศาสนาที่บรรดาชาวพุทธทั่วโลกนิยมถือเป็นวันที่สมควรจัดพิธีถวายสักการบูชาพระรัตนตรัยเป็นพิเศษ 7 วัน ได้แก่ วันวิสาขบูชา วันมาฆบูชา วันอัฎฐมีบูชา วันอาสาฬหบูชา วันสูปนายิกา วันปวารณาออกพรรษา และวันรักษาอุโบสถศีล

ในบรรดาวันสำคัญทางพระพุทธศาสนาดังกล่าว นอกเหนือจากวันวิสาขบูชาแล้ว พุทธศาสนิกชนถือว่า "วันมาฆบุรมีปูชา" เป็นวันที่มีความสำคัญเป็นพิเศษยิ่ง เพราะถือกันว่า "เป็นวันที่สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ทรงประกาศวางหลักพระพุทธศาสนาขึ้นเป็นครั้งแรก"

และในวันดังกล่าวนี้ ยังเป็นวันคล้ายวันที่สมเด็จพระบรมศาสดาของเรา "ทรงปลงสังขาร" ด้วย

พิธีสักการบูชาพระรัตนตรัยเนื่องในมาฆบูชานี้ ไม่เคยมีมาก่อนแต่เพิ่งมามีขึ้นในสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 พระองค์ทรงโปรดเกล้าฯ ให้จัดขึ้นเป็นพระราชพิธีบำเพ็ญกุศลและสำหรับประชาชนทั่วไป ปฏิบัติสืบต่อกันมาจนถึงปีนี้

วันมาฆบูชาตรงกับวันจันทร์ที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2552 นับเป็นพิธีพระราชกุศลและพิธีกรรมของชาวพุทธที่ดำเนินการสืบเนื่องมาได้ประมาณ 189 ปีแล้ว

คำว่า "มาฆ" หรือ "มาฆะ" เป็นชื่อเดือนที่ 3 ทางจันทรคติ เพราะชาวอินเดียเรียกเดือนที่ 3 ว่า เดือนมาฆะ ซึ่งปกติจะตกอยู่ในเดือนกุมภาพันธ์ เว้นแต่ว่าปีใดเป็นปีอธิกมาส (คือปีที่มีเดือน 8 สองหน) เดือนมาฆะก็จะเลื่อนออกไปเป็นเดือน 4 ส่วนคำว่า "มาฆปุณณมี" หรือ "มาฆปุรณมี" หมายถึงวันที่พระจันทร์เสวยมาฆฤกษ์เต็มดวงในเดือนมาฆะ หรือวันเพ็ญขึ้น 15 ค่ำ เดือนมาฆะ หรือเดือน 3 นั่นเอง
………….

………….
สมเด็จพระพุทธองค์เสด็จลงมายังวัดเวฬุวันมหาวิหาร พระอรหันต์ในกลุ่มของชฎิลเดิม และกลุ่มของปริพาชกเดิม รวมกันจำนวน 1,250 องค์ มาประชุมอยู่พร้อมกันโดยมิได้นัดหมาย สมเด็จพระพุทธองค์ทรงทำ "วิสุทธิอุโบสถ" และแสดงโอวาทปาฏิโมกข์ อันเป็นวาระที่ตรงกับมาฆปุณณมีดิถี หรือวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 3 พอดี

ถือว่าเป็นวันประกาศหลักธรรมพระพุทธศาสนา คือพระธรรมและพระวินัย ที่เรียกว่า "โอวาทปาฏิโมกข์" ซึ่งแปลว่า "โอวาทหลัก", "โอวาทประธาน" หรือ "คำสั่งสอนที่เป็นหลักสำคัญ"

และโอวาทปาฏิโมกข์ถือเป็นหัวใจของพระพุทธศาสนาเพราะเป็นคำสอนที่เป็นหลักการใหญ่ อันเป็นหลักการสำหรับพุทธศาสนิกชนทั่วไป

ซึ่งสมควรอย่างยิ่งที่จะต้องยึดถือเป็นหลักปฏิบัติทั้งบรรพชิตและคฤหัสถ์

คำสั่งสอนของพระพุทธศาสนามีมากถึง 84,000 พระธรรมขันธ์ มีบัณฑิตได้รวบรวมไว้ในพระไตรปิฎกถึง 45 เล่ม แต่สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงย่นย่อลงไว้ใน "โอวาทปาฏิโมกข์" ดังนุทธนิพนธ์เป็นภาษาบาลี เพียงแค่ 3 พระคาถากึ่ง ดังนี้

คาถาที่ 1

ขนฺตี ปรมํ ตโป ติติกฺขา (ขันติ คือความอดทน เป็นตบะอย่างยิ่ง)

นิพฺพานํ ปรมํ วทนฺติ พุทฺธา (ท่านผู้รู้กล่าวว่านิพพานเป็นยอด)

น หิ ปพฺพริโต ปูรปมาตี (ผู้ทำร้ายผู้อื่นไม่ใช่บรรพชิต)

สมโณ โหติ ปรํ วิเหฐยนฺโต (ผู้เบียดเบียนผู้อื่นย่อมเป็นสมณะไม่ได้)

คาถาที่ 2

สพฺพปาปสฺส อกรณํ (การไม่ทำบาปทั้งปวง)

กุสลสฺสฺปสมฺปทา (การเข้าถึงกุศลทั้งปวง)

สจิตฺตปริโยทปนํ (การทำจิตของตนให้ผ่องแผ้ว)

เอตํ พุทฺธาน สาสนํ (นี่เป็นคำสอนของท่านผู้ตรัสรู้แล้วทั้งหลาย)

คาถาที่ 3 อนูปวาโท อนูปฆาโต (การไม่ว่าร้าย ไม่ทำร้าย)

ปาฏิโมกฺเข จ สวํโร (การสำรวมตนในพุทธบัญญัติ)

มตฺตญฺญุตา กตฺตสมิ (การรู้จักประมาณในการกิน)

ปนฺตญูจ สยนาสนํ (การอยู่ในที่อันสงัด)

อธิจิตฺเต จ อาโยโค (การพยายามฝึกอบรมจิตอย่างยิ่ง)

เอตํ พุทฺธาน สาสนํฯ (นี่เป็นคำสอนของท่านผู้ตรัสรู้แล้วทั้งหลาย)

นอกจากวันมาฆบูชาจะเป็นวันแสดงวาทปาฏิโมกข์ หรือเป็นวันประกาศหลักพระพุทธศาสนาแล้ว ยังเป็นวันคล้ายวันที่สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงปลงสังขาร คือเป็นวันที่พระองค์ทรงตกลงพระทัยแน่วแน่ที่เสด็จดับขันธปรินิพพาน

ดังความปรากฏในมหาปรินิพพานสูตรว่า

"ในพรรษาสุดท้าย เสด็จจำพรรษา ณ เวฬุวคาม ในเขตเมืองเวสาลี ในพรรษานั้นพระองค์ประชวรหนัก ครั้นออกพรรษาแล้วในเดือนมาฆะ วันหนึ่งตรัสสั่งพระอานนท์ เอานิสีทนสันถัด (ผ้าปูนั่ง) ไปปูที่ใกล้ปาวาสเจดีย์ ทรงนั่งพักตลอดเวลากลางวัน ณ ที่นั้น ตรัสอานุภาพอิทธิบาท 4 ประการ (ฉันทะ วิริยะ จิตตะ วิมังสา) ว่าอาจทำบุคคลผู้เจริญได้เต็มที่แล้วให้มีชีวิตยืนอยู่ถึงกัปหนึ่งได้ แต่พระอานนท์มิได้ขอให้ทรงพระชนม์ยืนเพราะไม่ทันรู้สึก พระองค์จึงทรงบอกให้พระอานนท์ออกไป ครั้งนั้นมารจึงเข้ากราบทูลขอให้ปรินิพพานพระพุทธองค์ก็ทรงรับคำ แผ่นดินไหวเป็นมหัศจรรย์ ท่านพระอานนท์จึงเข้าไปกราบทูลถามสาเหตุที่ทำให้แผ่นดินไหว

พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงบอกเหตุ 8 ประการคือ ลมกำเริบ 1 ผู้มีฤทธิ์บันดาล 1 พระโพธิสัตว์จุติ 1 ประสูติ 1 ตรัสรู้ 1 พระพุทธเจ้าแสดงพระธรรมจักร 1 ปลงสังขาร 1 ทรงเสด็จดับขันธปรินิพพาน 1 แต่ละอย่างย่อมเป็นเหตุให้แผ่นดินไหว …"

Advertisements

One response to this post.

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: