มรรคมีองค์ 8 ทางสายกลาง ทางสายเอก

ขอบคุณภาพจาก ธรรมะไทย

พระพุทธเจ้าได้ทรงประกาศว่าทรงพบหนทางดับทุกข์ คือมรรคมีองค์ 8 ,
เป็นครั้งแรกของโลกเมื่อกว่า ๒๕๐๐ ปีมาแล้ว

————————————————————————————————–

http://www.free-webboard.com/view.php?user=watprayoon&wb_id=73&topic=ความหมายของ "วันอาสาฬหบูชา"

"อาสาฬหบูชา" (อา-สาน-หะ-บู-ชา / อา-สาน-ละ-หะ-บู-ชา) ประกอบด้วยคำ ๒ คำ คือ อาสาฬห (เดือน ๘ ทางจันทรคติ) กับ บูชา (การบูชา) เมื่อรวมกันจึงแปลว่า การบูชาในเดือน ๘ หรือ การบูชาเพื่อระลึกถึงเหตุการณ์สำคัญในเดือน ๘ เรียกให้เต็มว่า อาสาฬหบูรณมีบูชา

วันอาสาฬหบูชา ตรงกับวันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๘ นับเป็นวันที่สำคัญในประวัติศาสตร์แห่งพระพุทธศาสนา คือ วันที่พระพุทธองค์ทรงแสดงธรรมเทศนา หรือหลักธรรมที่ทรงตรัสรู้ เป็นครั้งแรกแก่เบญจวัคคีย์ทั้ง ๕ ณ มฤคทายวัน ตำบลอิสิปตนะ เมืองพาราณสี ในชมพูทวีปสมัยโบราณ ซึ่งปัจจุบันตั้งอยู่ในประเทศอินเดีย ด้วยพระพุทธองค์ทรงเปรียบดังผู้ทรงเป็นธรรมราชา ทรงบันลือธรรมเภรียังล้อแห่งธรรมให้หมุนรุดหน้า เริ่มต้นแผ่ขยายอาณาจักรแห่งธรรม นำความร่มเย็นและความสงบสุขมาให้แก่หมู่ประชา ดังนั้น ธรรมเทศนาที่ทรงแสดงครั้งแรกจึงได้ชื่อว่า ธัมมจักกัปปวัตนสูตร คือ พระสูตรแห่งการหมุนวงล้อธรรม หรือพระสูตรแห่งการแผ่ขยายธรรมจักร กล่าวคือดินแดนแห่งธรรม

เหตุการณ์สำคัญในวันเพ็ญ เดือน ๘ (วันอาสาฬหบูชา) คือ

 
๑.เป็นวันที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงปฐมเทศนา
๒.เป็นวันที่พระพุทธเจ้าเริ่มประกาศพระศาสนา
๓.เป็นวันที่เกิดอริยสงฆ์ครั้งแรก คือ การที่ท่านโกณฑัญญะรู้แจ้งเห็นธรรม เป็นพระโสดาบัน จัดเป็นอริยบุคคลท่านแรกในอริยสงฆ์
๔.เป็นวันที่เกิดพระภิกษุรูปแรกในพระพุทธศาสนา คือ การที่ท่านโกณฑัญญะขอบรรพชา และได้อุปสมบทเป็นพระภิกษุรูปแรก หลังจากฟังปฐมเทศนาและบรรลุธรรมแล้ว
๕.เป็นวันที่พระพุทธเจ้าทรงได้ปฐมสาวก คือ การที่ท่านโกณฑัญญะนั้นได้บรรลุธรรม และบวชเป็นพระภิกษุ จึงเป็นสาวกรูปแรกของพระพุทธเจ้า

เมื่อเปรียบกับวันสำคัญอื่นๆ ในพระพุทธศาสนา บางครั้งก็เรียก วันอาสาฬหบูชา นี้ว่า วันพระสงฆ์ คือ เป็นวันแรกที่มีพระสงฆ์เกิดขึ้น

พิธีกรรมที่พุทธศาสนิกชนควรปฏิบัติในวันนี้ โดยทั่วไปคือ ทำบุญตักบาตร รักษาศีล เวียนเทียน ฟังพระธรรมเทศนา (ธัมมจักกัปปวัตนสูตร) และสวดมนต์

ในวันนี้จึงถือว่าพุทธศาสนิกชนควรได้รับประโยชน์ที่เป็นสาระสำคัญจาก "อาสาฬหบูชา" กล่าวคือ ควรทบทวนระลึกเตือนใจ สำรวจตนว่าชีวิตเราได้เจริญงอกงามขึ้นด้วยความเป็นอยู่อย่างผู้รู้เท่าทันโลกและชีวิตนี้บ้างแล้วเพียงใด เรายังดำเนินชีวิตอยู่อย่างลุ่มหลงมัวเมา หรือมีจิตใจอิสระปลอดโปร่งผ่องใสบ้างแล้วเพียงใด

ในการแสดงแสดงปฐมเทศนาครั้งแรก ของพระพุทธเจ้า ทรงแสดงหลักธรรมสำคัญ ๒ ประการ คือ

๑) มัชฌิมาปฏิปทา หรือทางสายกลาง เป็นข้อปฏิบัติที่เป็นกลางๆ ถูกต้องและเหมาะสมที่จะให้บรรลุถึงจุดหมายได้ มิใช่การดำเนินชีวิตที่เอียงสุด ๒ อย่าง หรืออย่างหนึ่งอย่างใด คือ

๑.การหมกหมุ่นในความสุขทางกาย มัวเมาในรูป รส กลิ่น เสียง รวมความเรียกว่าเป็นการหลงเพลิดเพลินหมกหมุ่นในกามสุข เรียกว่า กามสุขัลลิกานุโยค

๒.การสร้างความลำบากแก่ตน ดำเนินชีวิตอย่างเลื่อนลอย เช่น บำเพ็ญตบะการทรมานตน คอยพึ่งอำนาจสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เป็นต้น การดำเนินชีวิตแบบที่ก่อความทุกข์ให้ตนเหนื่อยแรงกาย แรงสมอง แรงความคิด รวมเรียกว่า อัตตกิลมถานุโยค

ดังนั้นเพื่อละเว้นห่างจากการปฏิบัติทางสุดเหล่านี้ ต้องใช้ทางสายกลาง ซึ่งเป็นการดำเนินชีวิตด้วยปัญญา โดยมีหลักปฏิบัติเป็นองค์ประกอบ ๘ ประการ เรียกว่า อริยอัฏฐังคิกมัคค์ หรือ มรรคมีองค์ ๘ ได้แก่

๑.สัมมาทิฐิ              เห็นชอบ คือ รู้เข้าใจถูกต้อง เห็นตามที่เป็นจริง

๒.สัมมาสังกัปปะ       ดำริชอบ คือ คิดสุจริตตั้งใจทำสิ่งที่ดีงาม
๓.สัมมาวาจา            เจรจาชอบ คือ กล่าวคำสุจริต
๔.สัมมากัมมันตะ      กระทำชอบ คือ ทำการที่สุจริต
๕.สัมมาอาชีวะ         อาชีพชอบ คือ ประกอบสัมมาชีพหรืออาชีพที่สุจริต
๖.สัมมาวายามะ        พยายามชอบ คือ เพียรละชั่วบำเพ็ญดี
๗.สัมมาสติ              ระลึกชอบ คือ ทำการด้วยจิตสำนึกเสมอ ไม่เผลอพลาด
๘.สัมมาสมาธิ           ตั้งจิตมั่นชอบ คือ คุมจิตให้แน่วแน่มั่นคงไม่ฟุ้งซ่าน

๒) อริยสัจ ๔ แปลว่า ความจริงอันประเสริฐของอริยะ ซึ่งคือบุคคลที่ห่างไกลจากกิเลส ได้แก่
 
๑. ทุกข์ ได้แก่ ปัญหาทั้งหลายที่เกิดขึ้นกับมนุษย์ บุคคลต้องกำหนดรู้ให้เท่าทันตามความเป็นจริงว่ามันคืออะไร ต้องยอมรับรู้กล้าสู้หน้าปัญหา กล้าเผชิญความจริง ต้องเข้าใจในสภาวะโลกว่าทุกสิ่งไม่เที่ยง มีการเปลี่ยนแปลงไปเป็นอย่างอื่น ไม่ยึดติด

๒.สมุทัย ได้แก่ เหตุเกิดแห่งทุกข์ หรือสาเหตุของปัญหา ตัวการสำคัญของทุกข์ คือ ตัณหาหรือเส้นเชือกแห่งความอยากซึ่งสัมพันธ์กับปัจจัยอื่นๆ

๓.นิโรธ ได้แก่ ความดับทุกข์ เริ่มด้วยชีวิตที่อิสระ อยู่อย่างรู้เท่าทันโลกและชีวิต ดำเนินชีวิตด้วยการใช้ปัญญา

๔.มรรค ได้แก่ กระบวนวิธีแห่งการแก้ปัญหา อันได้แก่ มรรคมีองค์ ๘ ประการดังกล่าวข้างต้น

ผลจากการแสดงปฐมเทศนา เมื่อพระพุทธเจ้าทรงแสดงธรรมแล้ว ปรากฏว่า โกณฑัญญะ ผู้เป็นหัวหน้าเบญจวัคคีย์ ได้เกิดเข้าใจธรรม เรียกว่า เกิดดวงตาแห่งธรรม หรือธรรมจักษุ บรรลุเป็นโสดาบัน จึงทูลขอบรรพชา และถือเป็น พระภิกษุสาวกรูปแรกในพระพุทธศาสนา มีชื่อว่า อัญญาโกณฑัญญะ


…………………………..
พระพรหมมังคลาจารย์ (ปัญญานันทภิกขุ) ย้ำสอนว่า
 
มรรคมีองค์ 8 เป็นทางสายกลาง ทางสายเอก ที่มีองค์ประกอบ 8 อย่าง ทั้งนี้ ต้องปฏิบัติกลมเกลียวเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันจึงจะมีกำลังส่งจิตของผู้ปฏิบัติให้ถึงความพ้นทุกข์ได้
 
ที่มา: "ธรรมะเพื่อชีวิตที่งดงาม" , พระพรหมมังคลาจารย์(หลวงพ่อปัญญานันทภิกขุ) สนพ.ธรรมสภา ISBN978-974-376-903-0
 
 เรื่องปฐมเทศนาของพระพุทธองค์ ย่อความมาจากหลวงพ่อปัญญาได้ดังนี้:

1. นักบวชไม่ควรปฏิบัติ2 อย่างคือตึงไป กับ หย่อนไป แต่ควรปฏิบัติทางสายกลางคือไม่ตึงและไม่หย่อนเกินไป

2. ชีวิตคนเรามีความทุกข์(ทุกข์), เพราะมีเหตุ(สมุทัย)ซึ่งกิเลสนั้นเองเป็นเหตุ, แต่ทุกข์นั้นดับได้(นิโรธ) และทางที่จะดับได้นั้นคือ มรรคมีองค์ 8

3. พระองค์เข้าใจแล้วในเรื่องเรื่องอริยสัจจ์ 4 ดังที่อธิบาย และปลอดสิ้นจากทุกข์นั้นแล้วโดยสิ้นเชิง มีความรู้ที่สามารถดับทุกข์ได้สิ้นดังนี้แล

ควรมิควร หรือถูกผิดอย่างใด ขอท่านผู้รู้ช่วยอธิบายเพิ่มเติมด้วยนะคะ     

Advertisements

3 responses to this post.

  1. Posted by ธนิตา on ธันวาคม 31, 2008 at 2:44 pm

    ปฏิจจสมุปบาท …ปรมัตถธรรมบันลือโลกhttp://www.nkgen.com/patitja.htm

    ตอบกลับ

  2. 1เดียวสู่นิพาน

    ตอบกลับ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: