I-mo รถทรงตัว 2 ล้อ ฝีมือคนไทย สุดยอดนวัตกรรมระดับรางวัล

เมื่อวันพฤหัสที่ 25 ธันวา ที่ผ่านมานี้ ได้รับรางวัลที่ 5 จากการจัดอันดับให้เป็น 10 สุดยอดนวัตกรรมดีเด่น จากทั้งหมด 300 กว่าโครงการ
ช่วยเข้าไป search ใน google โดยพิมพ์คำว่า " ไอโมบิลิตี้ " จะมีข่าวมากมายเกี่ยวกับ I-mo
ผู้พัฒนาได้ขอฝาก Link ต่อไปนี้ให้ช่้วยติดตามด้วย เป็นข่าว "10 สุดยอดนวัตกรรมดีเด่นปี 2551"
http://www.manager.co.th/Science/ViewNe … 0000151691
ส่วน Blog ของ I-mo คือ http://imothailand.blogspot.com/
"
นายสุพร จิรัญญกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไอ-โมบิลิตี้ จำกัด เปิดเผยว่า ไอ-โม หรือรถสองล้อทรงตัวอัตโนมัติ เป็นผลงานที่พัฒนาต่อยอดจากแนวคิดของสิ่งประดิษฐ์ที่มีอยู่แล้ว ซึ่งขณะนี้มีเพียงบริษัทเสกเวย์ (Segway) ของสหรัฐอเมริกาเท่านั้นที่ผลิตยานพาหนะในลักษณะนี้จำหน่ายกว้างขวางมาหลาย ปีแล้ว รวมทั้งในประเทศไทยด้วย ซึ่งนำเข้ามาในราคา 3-4 แสนบาท โดยช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมามียอดขายไปแล้วหลายร้อยคัน

"รถยนต์สองล้อทรงตัวอัตโนมัติที่เราพัฒนาขึ้นใช้ หลักการเดียวกับของเสกเวย์ ซึ่งเป็นหลักการที่มีสอนอยู่แล้วในมหาวิทยาลัย แต่สิ่งที่ต่างไปจากเสกเวย์ก็คือการออกแบบรูปทรงที่มีขนาดเล็กกว่า น้ำหนักเบา ใช้งานง่าย โดยเราประกอบขึ้นเองจากภายในประเทศ ทำให้มีราคาถูกลง ประมาณคันละ 80,000 บาท ซึ่งชิ้นส่วนที่นำมาใช้ก็มีทั้งที่ผลิตขึ้นเองในประเทศ และบางอย่างก็ยังต้องนำเข้าจากต่างประเทศ" นายสุพร กล่าว

ด้านนายพชรพล จิรัญญกุล วิศวกร อธิบายเพิ่มเติมว่า ได้ นำหลักการการควบคุมการทรงตัวแบบลูกตุ้มนาฬิกาหัวกลับ (inverted pendulum) มาใช้ เพื่อรักษาสมดุลของผู้ขับขี่ให้อยู่นิ่ง และเคลื่อนที่ไปข้างหน้าหรือข้างหลังได้โดยไม่ล้ม โดยอาศัยการโน้มตัวของผู้ขับขี่ เป็น การเลียนแบบการเดินของคนเรา เวลาที่เราจะเคลื่อนที่ไปข้างหน้า เราก็โน้มตัวไปข้างหน้าก่อน จากนั้นก็ก้าวเท้าข้างใดข้างหนึ่งตามไป เพื่อยันตัวไว้ไม่ให้ล้ม

นายพชรพล กล่าวต่อว่า พาหนะบุคคลลักษณะนี้คิดค้นและพัฒนาขึ้นครั้งแรกในสหรัฐฯ เมื่อราว 8 ปีก่อน และมีการผลิตจำหน่ายอย่างกว้างขวาง และเมื่อเดือน ส.ค.ที่ผ่านมา บริษัทแห่งหนึ่งในญี่ปุ่นก็ผลิตพาหนะบุคคลที่ใช้หลักการเดียวกันแต่มีรูปทรง แตกต่างออกไป ซึ่งไอ-โม ก็เช่นเดียวกัน โดยที่เราได้ออกแบบเองทั้งหมด ทั้งส่วนที่เป็นฮาร์ดแวร์ กลไกการควบคุมต่างๆ รวมทั้งระบบสมองกลฝังตัวอัจฉริยะ ซึ่งเราได้ร่วมกันกับสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบังในการ พัฒนาไอ-โม ด้วยระยะเวลาเกือบ 2 ปี โดยได้รับการสนับสนุนจาก สนช.

ไอ-โม ใช้ระบบขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า ซึ่งติดตั้งอยู่บริเวณล้อทั้ง 2 ข้าง กำลังขับเคลื่อนข้างละ 500 วัตต์ สามารถเร่งความเร็วสูงสุดได้ถึง 25 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ใช้พลังงานจากแบตเตอรีลิเธียมไอออน ชนิดเดียวกับที่ใช้ในคอมพิวเตอร์โน้ตบุค แต่ขนาดใหญ่กว่า และกำลังไฟมากกว่า 4 เท่า เมื่อชาร์จไฟครั้งหนึ่ง สามารถใช้งานต่อเนื่องได้ประมาณ 4 ชั่วโมง
ใช้ไมโครคอนโทรลเลอร์ที่มีระบบสมองกลฝังตัวอัจฉริยะในการควบคุมการทำงานของระบบขับเคลื่อน ซึ่งจะมีเซ็นเซอร์ตรวจจับตำแหน่งของผู้ขับขี่และความเร็วในการเคลื่อนที่ เพื่อทำการประมวลผล แล้วจึงส่งสัญญาสำหรับควบคุมความเร็วของมอเตอร์ เพื่อรักษาสมดุลของผู้ขับขี่ ซึ่งความเร็วในการประมวลผลราว 50 ครั้งต่อวินาที เพื่อให้แน่ใจได้ว่าผู้ขับขี่สามารถรักษาการทรงตัวอยู่ได้ตลอดเวลา

"การควบคุมการเคลื่อนที่และความเร็ว ทำได้โดยการโน้มตัว โดยโน้มตัวไปข้างหน้าเพื่อเดินหน้า หรือโน้มตัวไปด้านหลังเมื่อต้องการถอยหลัง หากต้องการให้เคลื่อนที่เร็วขึ้นก็โน้มตัวให้มากขึ้น เมื่อต้องการบังคับให้หยุด ก็โน้มตัวกลับมาที่ตำแหน่งตั้งตัวตรง และเราสามารถยืนตัวตรงเพื่อหยุดอยู่กับที่ได้โดยไม่ต้องก้าวลงจากแท่นยืน เพราะไมโครคอนโทรลเลอร์จะคอยรักษาสมดุลของผู้ขับขี่อยู่ตลอดเวลา" นายพชรพลอธิบายวิธีการขับขี่ไอ-โมเบื้องต้น

นอกจากนี้ ไอ-โมยังสามารถใช้งานในสถานที่แคบๆ ได้คล่องตัว หมุนรอบตัวเองได้โดยไม่ต้องเคลื่อนที่ ซึ่งการบังคับทิศทางและการเลี้ยวทำได้โดยการโยกจอยสติ๊ค (Joystick) ด้วยปลายนิ้วเท่านั้น

นายสุพร กล่าวตอนท้ายว่า เพิ่งเปิดตัวครั้งแรกในงานนี้ โดยในปีแรกตั้งเป้าผลิตจำนวน 200 คัน โดยเน้นจำหน่ายภายในประเทศเป็นหลักเพื่อลดการนำเข้าจากต่างประเทศ เช่น การใช้งานในโรงงาน โรงพยาบาล มหาวิทยาลัย ภายในหมู่บ้าน สถานที่ท่องเที่ยว ศูนย์แสดงสินค้า สนามบิน และหน่วยงานต่างๆ ซึ่งในอนาคตก็จะพัฒนาต่อยอดให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นด้วย

 "
Advertisements

One response to this post.

  1. เย้ ๆ ๆ ๆ ดีใจจังคนไทยทำอะไรได้บ้างแล้ว ฮิ้วๆ ๆ ๆ

    ตอบกลับ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: